ขบวนการ
งานหล่อเหล็ก

การหลอมเหล็กให้ได้คุณภาพต้องใช้อุณหภูมิที่สูง อย่างงานเหล็กหล่อเหนียว FCD ต้องใช้อุณหภูมิที่สูงถึง 1680 องศาเซลเซียส แข็งตัวช้า คุณสมบัติทนแรงเสียดสี หล่อขึ้นรูปแล้วสามารถใช้งานได้เลยต่างจากงานเหล็กหล่อเหนียวที่มีกรรมวิธีที่ยุ่งยากกว่า เช่นเหล็กเหนียวหล่อแข็ง 4140 การแข็งตัวของเหล็กจะเร็วกว่ามาก จึงต้องเทชิ้นงานไม่ให้ช้าเกินไปเพราะเหล็กจะแข็งตัวก่อน โดยเฉพาะงานที่มีน้ำหนักมาก หลังจากนั้นต้องนำชิ้นงานไปขึ้นอบในเตาอบให้ชิ้นงานได้คลายตัว เพื่อให้ได้คุณสมบัติของเหล็ก คือเหนียว แข็ง ทนแรงเสียดสี เป็นต้น

S__18243617.jpg

เครื่องมือช่วยให้งานหล่อเหล็กได้มีมาตรฐานหรือให้ได้คุณสมบัติของเหล็ก Spectro มีส่วนสำคัญมาก เพราะการคำนวณสูตรแล้วปรุงแต่งเหล็กขณะหลอม ย่อมมีค่าแตกต่างกันออกไป ไม่สามารถคาดการณ์ได้ เพราะเหล็กแต่ละชิ้นที่นำมาหลอม(เศษเหล็ก) นั้นมีส่วนประกอบของธาตุแตกต่างกัน ยกตัวอย่าง Carbon, Manganese, Silicon, Chromium, Nickel แตกต่างกันไป เมื่อนำมาหลอมรวมกันค่าต่างๆจึงผิดเพี้ยนไป จึงต้องใช้เครื่องมือชี้วัดองค์ประกอบ(Spectro) ในน้ำเหล็กที่เราหลอมอยู่ว่าแต่ละตัวมีค่ากี่เปอร์เซ็นต์ เพื่อที่จะได้คำนวณได้ถูกต้องตามสเปคมาตรฐานของเหล็กแต่ละชนิด ทำให้ได้เหล็กที่ตรงตามมาตรฐาน

7730D4A5-C931-4C78-804B-565E22AA1B71.jpeg

เตาอบเหล็ก เป็นเตาอบที่มีหัวพ่นไฟที่ให้ความร้อนสูง ให้อุณหภูมิที่คงที่ เพราะเราใช้ระบบแรงดันแก๊ส จึงทำให้ได้ความร้อนในเตาอบที่สูงและคงที่ พร้อมทั้งบุผนังด้วยอิฐทนไฟ ทำให้ความร้อนกระจายทั่วถึงชิ้นงาน อีกทั้งไม่ให้ความร้อนในเตาสูญเสียออกไปภายนอก ทำให้เหล็กคลายตัว(คลายความเครียดของเหล็ก) ได้ดียิ่งขึ้น ทำให้เหล็กนั้นได้ตรงตามสเปคที่ต้องการ และช่วยให้โมเลกุลในเนื้อเหล็กเรียงตัวใหม่เป็นเนื้อเดียวกันทั่วทั้งชิ้นงาน

S__18243615.jpg